วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

บันทึกการเรียนครั้งที่ 3 : วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

 


 บันทึกการเรียนครั้งที่ 3

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

                     กาจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย 
                                 (Creative Thinking Provision For Early Childhood)


การเรียนการสอนในคาบเรียนวันนี้ เป็นการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ โดยอาจารย์ได้ทำการพูดอธิบายเนื้อหาบทเรียนหลากหลายหัวข้อด้วยกัน


ลักษณะพฤติกรรมของนักคิด
1. อยากรู้อยากเห็น มีความกระหายใคร่ รู้อยู่เป็นนิจ
2. ชอบเสาะแสวงหา สำรวจ ศึกยา ค้นคว้า ทดลอง
3. ชอบซักถาม และถามคำถามแปลก ๆ
4. ช่างสงสัย เป็นเด็กที่มีความรู้สึกแปลกประหลาดใจในสิ่งที่พบเห็นเสมอ
5. ช่างสังเกต มองเห็นลักษณะที่แปลก ผิดปกติ หรือช่องว่างที่ขาดหายไปได้ง่ายและเร็ว
6. ชอบแสดงออกมากกว่าจะเก็บกด ถ้าสงสัยสิ่งใด ก็จะถาม หรือพยายามหาคำตอบไม่รั้งรอ
7 . มีอารมณ์ขัน มองสิ่งต่าง ๆ ในแง่มุมที่แปลก และสร้างอารมณ์ขันอยู่เสมอ

วิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ มี 5 ขั้นตอน
1. การกำหนดปัญหาให้ถูกต้อง
2. การตั้งสมมติฐาน
3. การทดลองและเก็บข้อมูล
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
5. การสรุปผล







การคิดอย่างเป็นระบบ
ㆍการคิดอย่างเป็นระบบ หมายถึง การคิดในภาพรวมที่เป็นระบบ และมีส่วนประกอบย่อย ๆมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงจากส่วนย่อยไปหาส่วนใหญ่ เป็นการคิดอย่างมีเหตุมีผล เน้นการแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาดเพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว

PDCA กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
วางแผน( PLANING) คือ การนิยามปัญหา การวิเคราะห์ปัญหา การระบุสาเหตุของปัญหา การแก้ไข
ปัญหา

การทำ ( DOING) คือ การนำแผนไปประยุกต์ใช้

การตรวจสอบ ( CHECKING) คือ การยืนยันผลที่ได้จากการนำแผนไปปฏิบัติ

การปฏิบัติการ ( ACTION) คือ การกำหนดมาตรฐานของผลงานที่ต้องการ

การคิดเชิงบวก
เป็นกระบวนการทำงานของสมองโดยใช้ประสบการณ์มาสัมผัสกับสิ่งเร้าและข้อมูลหรือสิ่งแวคล้อมเพื่อแก้ปัญหาแสวงหาคำตอบตัดสินใจหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือเป็นความคิดมองรอบด้านและทำให้เห็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนสิ่งร้ายๆให้เป็นสิ่งดีๆ

คุณค่าของการมองเชิงบวก
- ช่วยให้สามารถดึงเอาศักยภาพภายในมาได้
- ช่วยให้มองเห็นโอกาสมากขึ้น
ผลของการมองเชิงลบ
- บั่นทอนความมั่นใจ
- ทำลายความคิดสร้างสรรค์และทักษะในการแก้ปัญหา
- จดจ่ออยู่แต่กับปัญหาและอุปสรรค
- ทำให้ชีวิตขาดความสุข
- บั่นทอนศักยภาพการทำงาน
พัฒนาวิธีการของคนมองโลกแง่ดี
การตีความเหตุการณ์เลวร้ายของคนมองแง่ดี
1.ปัญหาต่าง ๆอยู่ไม่นาน
2.ไม่ตำหนิตนเอง พยายามมองหาทางแก้ปัญหา ปกป้อง มั่นใจของตน

ศัตรูทั้ง 4 ของการคิดแง่บวก
ความวิตกกังวล
ความทุกข์ใจ
ความเห็นอกเห็นใจ
การวิพากษ์วิจารณ์ตัวเอง




เทคนิคในการมองโลกในแง่ดี
1. การเข้าใจการคิดเชิงลบ เข้าใจมันก่อนที่จะให้มันกัดกร่อนความคิดเรา เป็นการตระหนักรู้เพื่อจะได้รับมือกับมันการรู้จักกำหนดอารมณ์ อย่าให้อารมณ์มากำหนดเราลักษณะของการมองโลกในแง่ลบความรู้สึกไม่พอเพียงความกังวลในการกระทำของเราความกังวลในปัญหาที่อยู่เหนือการควบคุมของเราความกังวลที่ผู้อื่นมีต่อเรา
2. มีความสุขกับสิ่งที่ตนมีอยู่ (Learn to be Grateful for whatyou have) ความพอใจและยินดีกับสิ่งที่เรามีอยู่ สิ่งที่อยู่รอบด้วยมีความสุขกับผู้คนรอบข้าง
3. ระวังคำพูด (Choose your Words Carefully') เลี่ยงคำพูดเชิงลบ เช่น คุณไม่เคย คุณทำไม่ได้ คุณมาสายเสมอ ตรงกันข้าม ให้ความสำคัญกับคำพูดเชิงบวก เช่น ฉันทำได้ ฉันต้องทำได้ เค้าควรจะมาเร็วขึ้น เป็นต้น
4. คบหาสมาคมกับคนที่มองโลกในแง่บวก เพื่อซึมซับทัศนคติการคิดเชิงบวก เลี่ยงที่จะอยู่ใกล้กับคนที่มองโลกในแง่ร้าย
5. เวถาที่เรารู้สึกแย่ และกำลังประสบช่วงที่เถวร้ายให้เดือนตัวเองเสมอว่าเราคือกำลังใจที่ดีที่สุดของตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องให้กำลังใจตนเอง
6. อย่าเครียด (De-stress) ถ้ารู้สึกว่าเครียดให้รีบขจัดความเครียดออกไป
7. อย่าตีตนไปก่อนไข้ (Don't Assume) อย่าคิดทำร้ายตัวเอง ทิ้งความคิดแง่ลบออกไป (Let go of your negative thoughts)
8. อย่ากลัวความล้มเหลว แต่ให้เอาความท้าทายนั้นพิสูจน์ตนเองว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เค้าพูด
อาจารย์ก็ได้ทำการมอบหมายชิ้นงานให้แก่นักศึกษาได้รับผิดชอบด้วยกัน ดังนี้

งานชิ้นที่ 1 : กิจกรรมการคิด 1.กิจกรรมการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ 2.กิจกรรมการคิดเชิงเหตุผล 3.กิจกรรมการคิดเป็นระบบ


ข้อสรุปจากการเรียน



ภาพการเรียนการสอน




ผู้บันทึก
ชื่อ นางสาว  ชนิกานต์   โสภัณ
รหัสนักศึกษา 6011200752

การศึกษาปฐมวัย






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกการเรียนครั้งที่ 17 : วันศุกร์ที่ 29 เดือนเมษายน พ.ศ.2564

  บันทึกการเรียน ครั้งที่ 17 วันศุกร์ที่ 29 เดือนเมษายน พ.ศ.2564   การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย (Creative Thi...